| การบริหาร “ทรัพยากรมนุษย์”
ความสำคัญ
ในบรรดาทรัพยากรที่นำมาใช้ในการทำงาน เพื่อผลักดันให้องค์กรมุ่งสู่ความสำเร็จนั้น “คน” ถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด ทั้งนี้เพราะทรัพยากรบุคคลเป็นสิ่งที่มีชีวิต จิตใจ มีสติปัญญา มีอารมณ์ และความรู้สึก
นอกจากนี้ ทรัพยากรบุคคลยังเป็นทรัพยากรที่สามารถเรียนรู้ เพิ่มพูนทักษะทางความคิด และการกระทำได้อยู่ตลอดเวลา นี่คือ ลักษณะเด่นของทรัพยากรบุคคลที่มีต่อองค์กร
กล่าวอีกนัยก็ คือ ทรัพยากรบุคคลสามารถสร้างคุณค่า (Value) ต่างๆ ให้กับองค์กรได้เป็นอย่างมาก ทั้งในสถานการณ์ปกติ และกรณีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่รวดเร็ว ดังนั้นการบริหารจัดการเกี่ยวกับ “ทรัพยากรบุคคล” จึงควรมีกระบวนทัศน์ที่แตกต่างไปจากการบริหารจัดการทรัพยากรอื่นๆ ที่ไม่มีชีวิต จิตใจ (เช่น อาคาร สถานที่ เงิน วัสดุอุปกรณ์ และวิชาการต่างๆ)
การบริหารจัดการขององค์กร เป็นกระบวนการผสมผสานทรัพยากรต่างๆ (คน เงิน วัสดุ) ที่องค์กรจัดหา เอาเข้ามาในกระบวนการ ทั้งการสร้างผลงาน และความสำเร็จให้องค์กรอยู่รอด และเจริญเติบโตยิ่ง ๆ ขึ้นไป
การขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย จึงต้องใช้ความสามารถของทรัพยากรบุคคล ทุกระดับ และทุกคน องค์กรใดที่มีวิธีการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่ดี มีประสิทธิผลแท้จริงเท่านั้น จะสามารถบรรลุผลสำเร็จได้จริงตามวิสัยทัศน์ และพันธกิจที่กำหนด
ในการทำงานขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย หรือวิสัยทัศน์ ทรัพยากรบุคคลจะต้องเป็นผู้ใช้ทรัพยากรอื่นๆ ที่ไม่มีชีวิต ให้เป็นไปอย่างประหยัด และมีประสิทธิภาพ ทรัพยากรอื่นๆ ที่ไม่มีชีวิต เมื่อถูกนำมาใช้ก็จะมีปริมาณลดน้อยลง และหมดไปในที่สุด ส่วนทรัพยากรบุคคล นั้น กลับตรงกันข้าม หากมีการบริหารจัดการผลักดันให้ทรัพยากรบุคคลทำงานมากๆ ก็จะเป็นผลดี ทั้งต่องาน และต่อตัวคน คนจะมีความรู้มีประสบการณ์มากขึ้น มิได้ทำให้ความรู้ของคนที่มีอยู่ลดน้อย หรือหมดไปเช่นทรัพยากรอื่นๆ กรณียกเว้นก็อาจเป็นกรณีการลาออกไป หรือการตายสูญหายลาจากไปจากองค์กร ที่ทำให้ทรัพยากรบุคคลหมดสิ้นไป องค์กรจึงจำเป็นต้องเตรียมการ และหาทรัพยากรบุคคลใหม่เข้ามาทดแทนโดยเร็ว
ประเด็นท้าทายของเรื่องนี้ ก็คือ ผู้บริหารจะมียุทธศาสตร์ และวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างไร ให้สามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย และอยู่รอดเติบโตต่อไปได้
กระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ดำเนินการมาอย่างยาวนาน ยังมองการบริหารทรัพยากรบุคคล เป็นภารกิจรอง หรือภารกิจสนับสนุน (Auxiliary หรือ Supportive Functions) ซึ่งจะครอบคลุมถึง ภารกิจหลัก 5 เรื่อง ด้วยกัน คือ
(1) การสรรหา และเลือกสรร “คน”
(2) การบรรจุแต่งตั้ง และเตรียมความพร้อมให้กับ “คน” เพื่อทำงานได้
(3) การใช้ประโยชน์จาก “คน” ที่หามาให้กับองค์กรอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งการให้ค่าตอบแทน และเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง และเพื่อทดแทน “คน” รุ่นก่อน
(4) การทำนุบำรุง และรักษาไว้ เป็นการเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถในงานแก่ “คน” อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถทำงานให้กับองค์กรที่ปรับเปลี่ยนไปให้ทันกับสถานการณ์ รวมตลอดถึง การดูแลรักษาให้เกิดมีความจงรักภักดีต่อองค์กร และ
(5) การออกจากงานเมื่อถึงวัยเกษียณอายุ โดยให้มีความรู้สึกผูกพันที่ดีต่อกันแม้จะพ้นไปแล้ว รวมถึงการให้การชดเชย บำเหน็จ บำนาญ เพื่อการมีชีวิตที่ดีของ “ทรัพยากรบุคคล” ที่มีความจงรักภักดีต่อองค์กร หลังจากที่เกษียณอายุการงานไปแล้ว
เราจะวัดความมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลขององค์กรได้จากอะไร และอย่างไร ในเมื่อการบริหารทรัพยากรบุคคลครอบคลุมภารกิจสำคัญขององค์กรเพียงด้านเดียว คือ คนขององค์กรเท่านั้น จริงอยู่คนขององค์กรที่มี และที่จะหามาเพิ่มใหม่ แม้จะมีคุณภาพ มีความรู้ มีความสามารถดี แต่ยังถูกบริหารจัดการเป็นภารกิจรอง หรือภารกิจสนับสนุนเท่านั้น โดยมิได้มีส่วนสัมพันธ์ หรือผลักดันต่อการกำหนดเป้าหมาย และทิศทางขององค์กร ทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต
เราคงต้องไม่ลืมว่าองค์กรที่จัดตั้งขึ้นมา นั้น จะมีปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เป็นตัวกำหนด หรือเงื่อนไขหลักในการกำหนดรูปแบบองค์กร รูปแบบการบริหารจัดการ รวมตลอดถึง ภารกิจ หรือเป้าหมายขององค์กร ที่ต้องมุ่งตอบสนองลูกค้าประชาชน หรือผู้มารับบริการ นอกจากนี้ องค์กรยังต้องยึดหลักนิติธรรม และมีธรรมาภิบาล เพื่อให้เป็นองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับ ทั้งจากทรัพยากรบุคคลภายใน และภายนอกองค์กร
Functional Administrative Aspect (ภาระหน้าที่ตามกฎระเบียบที่กำหนด ในการบริหารทรัพยากรบุคคล)
กรอบความคิด
1. หน้าที่หลักของการบริหารงานบุคคลที่ครอบคลุม การสรรหา การใช้ประโยชน์ และการ
บำรุงรักษาทรัพยากรบุคคลให้กับองค์กร
2. การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามกฎระเบียบที่วางไว้เพื่อสนับสนุนความต้องการ หรือนโยบายการ
บริหารของผู้บริหารองค์กร
3. ไม่มีอิสระในการตัดสินใจที่จะกระทบต่อองค์กร
หน้าที่ตามกระบวนการ (เน้นประสิทธิภาพ)
1. สรรหา และคัดเลือก
2. บรรจุ แต่งตั้ง เตรียมความพร้อม
3. ใช้ประโยชน์ และพัฒนาต่อเนื่อง
4. ตอบแทน จูงใจ จัดสวัสดิการ
5. ดำเนินการทางวินัย แก้ไขข้อร้องเรียน (ร้องทุกข์) และอุทธรณ์
6. การจัดเก็บทะเบียนประวัติ
7. เกษียณอายุ และการใช้บำเหน็จบำนาญ
8. รักษากฎระเบียบ ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องของรัฐ
9. อื่นๆ ตามคำสั่งของผู้บริหารองค์กร
10. เน้นการกำกับดูแล (Supervision)
เรียบเรียงโดย อาจารย์ ทรงปภร พรหมจักร์
|