เข้าระบบ
ชื่อเรียก :
รหัสผ่าน :

ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
 
หน้าแรก
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
หลักสูตร-ประเมินผล
ปรัชญา-บทความ
คติพจน์
เข้าระบบ
สมัครสมาชิก

ปรัชญา-บทความ

 
“ ทรัพยากรทางการบริหารที่สำคัญที่สุด ในองค์กรทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนนั้น
มิใช่เครื่องจักรกล หรือ Infrastructure หรือเงินทุน แต่คือ..คน "
 
       เพราะ....
การที่มีทั้ง คนดี และเก่งจะทำให้ ปัจจัยที่สำคัญอื่นๆ เกิดการพัฒนา เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
                 ต่อองค์การได้  ฉะนั้น ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ก็คือต้องสามารถที่จะขับพลัง และอัจฉริยะภาพของเขาเหล่านั้น
                 ให้ออกมาใช้ได้อย่างมีคุณค่า เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ และความหมาย ในมิติของทุนมนุษย์ ”…..

 
     
 

“Teach me, and I will forget”

Show me, and I will remember.

Involve me, and I will understand.

Ancient Chinese proverb.

 
                     
   
 

 

ลูกน้องแบบไหนที่ควรเอาไว้ใกล้ตัว

อย่าเพิ่งดู คำเฉลยแต่มาร่วมทดสอบการเลือกลูกน้องกันก่อน!

คำถาม ถ้าคุณเป็นเจ้านายซึ่งมี ลูกน้องอยู่ 4 ประเภท ให้คุณเลือกลูกน้องไว้ใช้งาน 2 ประเภท คุณจะเลือกลูกน้องประเภทไหน? / เพราะเหตุใด ?

1.       ลูกน้องที่ ฉลาดและ ขยัน

2.       ลูกน้องที่ฉลาดและ ขี้เกียจ

3.       ลูกน้องที่ โง่และ ขยัน

4.       ลูกน้องที่ โง่และขี้เกียจ


คำเฉลย

       ควรเอา ลูกน้องประเภทที่ 2 และประเภทที่ 4 ไว้ใกล้ตัว เพราะลูกน้องทั้ง 2 ประเภทจะสร้างสรรค์งานได้เต็มภูมิความรู้ แต่ไม่เป็นอันตราย (ประเภท 2) แถมไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้านาย (ประเภท 4)

       สำรับเหตุผลที่ไม่เอาลูกน้องประเภท 1 และ ประเภท 3 ไว้ใกล้ตัวเพราะลูกน้องประเภท 1 เป็นลูกน้องที่สามารถคิดได้และลงมือทำเองได้ ทำใเพื่อนร่วมงานคนอื่นไม่มีโอกาสได้เรียนรู้และยังทำให้คนอื่นไม่รู้งานที่ทำด้วย และลูกน้องประเภทที่ 3 มักจะทำให้กิจการเกิดความผิดพลาดบ่อยอันจะทำให้เสียงานเสียการได้

How to get along with people (ทำอย่างไรจึงจะเข้ากับผู้อื่นได้)

1.       ยกย่องว่าผู้อื่นมีความสำคัญ

2.       ยอมรับนับถือความคิดเห็นของผู้อื่น

3.       ยอมรับความทะเยอทะยานของผู้อื่น

4.       ให้ความร่วมมือกับผู้อื่น

 

องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ

1.       การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Result base Management)

2.       การวางแผนโครงการแบบเป็นตรรกะ (Logical formwork log form)

3.       เทคนิคการเทียบวัดมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Benchmarking Techniques)

4.       เทคนิคการทำปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Critical success Factor-csf)

5.       การจัดทำความสามารถหลักขององค์กร (Core Competency)

6.       เทคนิคการวางแผนเชิงกลยุทธ์ (techniques of strategic planing)

7.       เทคนิคการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Techniques of Action Planing)

8.       การจัดทำค่านิยมร่วมขององค์กร (shared value)

 

ทุกองค์กรถือว่าพนักงานทุกคน มีค่าสำหรับองค์กร การรักษาพนักงานไว้ในองค์กร จึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ผู้บริหาร ควรทราบว่าพนักงานที่ทำงานกับองค์กร มีทัศนคติ และความพึงพอใจกับองค์กร อย่างไร   ดังนั้นองค์กร ควรทำการสำรวจทัศนคติ และความพึงพอใจของพนักงานเพื่อจะได้ทราบถึงความคิดเห็นของพนักงานในด้านต่างๆและสามารถนำความคิดเห็นนี้ปรับใช้ เพื่อให้พนักงานเกิดความพึงพอใจ และเข้าใจองค์กรเพื่อ  ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการทำงาน และบรรลุเป้าหมายตามที่องค์กรกำหนดไว้"

 

องค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำแผนกลยุทธ์

1.       เป็นการศึกษาถึงทฤษฎี และแนวความคิดว่าด้วยการวางแผนเชิงกลยุทธ์ ในการบริหาร ที่จะสร้างคุณประโยชน์ต่อองค์กร   ทั้งภาครัฐ  และภาคเอกชน

2.         นำแนวทางดังกล่าว   มาพิจารณาในการประยุกต์ สำหรับการกำหนดกลยุทธ์    และยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการ  หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน

3.       ประมวลหลักการ  วิธีการ   และการสร้างทักษะ แก่นักบริหาร และนักวางแผนเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับ องค์กรภาครัฐ และภาคเอกชน


         การวางแผนกลยุทธ์ หรือ Strategic Planning
นั้นเป็นสิ่งที่ใช้กันแพร่หลายมาก ในกิจการด้านการทหาร ในด้านการศึกการสงคราม ในด้านการเมืองระหว่างประเทศ และโดยเฉพาะในการบริหาร ในวงการธุรกิจเอกชนนั้น ประสบความสำเร็จสูงมาก ก้าวหน้าและเป็นที่กล่าวขวัญถึงกันมาก ปัจจุบันนี้การวางแผนแบบแผนกลยุทธ์ได้แพร่หลายเข้ามาในวงงานต่าง ๆ และวงงานของราชการมากขึ้น    แต่คำที่นิยมใช้ และที่ได้รับการยอมรับกันในวงราชการ    ส่ วนใหญ่นิยมเรียกว่าแผนยุทธศาสตร์  โดยเริ่มแพร่เข้ามาในรัฐวิสาหกิจ ในรูป Corporate planning หรือการวางแผนวิสาหกิจ ซึ่งครอบคลุมทั้ง  Operation plan, Project plan, และ Strategic plan ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในสังคมโลก ทั้งด้าน เศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการเมือง ด้านวัฒนธรรม ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ด้านการทหาร และการเมืองระหว่างประเทศ ระหว่าง     ค่ายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลง และการผันแปรทางเศรษฐกิจของโลก


        การวางแผนเชิงกลยุทธ์นั้น เป็นการวางแผนที่มีการกำหนดวิสัยทัศน์ มีการกำหนดเป้าหมายระยะยาวที่แน่ชัด มีการวิเคราะห์อนาคตและคิดเชิงการแข่งขัน ที่ต้องการระบบการทำงานที่มีความสามารถในการปรับตัวสูง สำหรับการทำงานในสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ต้องการระบบการทำงานที่คล่องตัว ต้องการดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงในการนำสู่เป้าหมายในอนาคต สามารถเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพื่อความอยู่รอด (
Survive) และความก้าวหน้า (Growth) ขององค์การ ของหน่วยงาน หรือของธุรกิจของตนในอนาคต

          การวางแผนกลยุทธ์หรือการวางแผนเชิงกลยุทธ์นี้ มีส่วนเป็นอย่างมาก    ต่อการสร้างความเป็นผู้นำ (Leadership) หรือในการสร้างภาพลักษณ์ (Image) ที่แสดงถึงจุดเด่นของหน่วยงาน ขององค์การหรือของธุรกิจในการวางแผนกลยุทธ์นั้น จะมีการกำหนดเป้าหมายรวมขององค์การ สำหรับการดำเนินในอนาคต ที่เรียกว่า วิสัยทัศน์ มีการคิดในเชิงรุก  และเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมภายนอก  ด้วยทัศนะในการพิจารณาแบบ  มุมกว้าง   และการมองไกล   มุ่งเอาดี เอาเด่น เอาก้าวหน้า ก้าวไกล มุ่งเอาชนะ เอาความยิ่งใหญ่ เน้นคุณภาพ เอาความเป็นเลิศ เห็นภาพรวมของระบบทั้งระบบ

เรียบเรียงโดย  อาจารย์ ทรงปภร พรหมจักร์

 


  การบริหาร    ทรัพยากรมนุษย์

 

ความสำคัญ

ในบรรดาทรัพยากรที่นำมาใช้ในการทำงาน เพื่อผลักดันให้องค์กรมุ่งสู่ความสำเร็จนั้น  คน  ถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด  ทั้งนี้เพราะทรัพยากรบุคคลเป็นสิ่งที่มีชีวิต จิตใจ มีสติปัญญา มีอารมณ์ และความรู้สึก 

นอกจากนี้  ทรัพยากรบุคคลยังเป็นทรัพยากรที่สามารถเรียนรู้ เพิ่มพูนทักษะทางความคิด และการกระทำได้อยู่ตลอดเวลา นี่คือ ลักษณะเด่นของทรัพยากรบุคคลที่มีต่อองค์กร 

กล่าวอีกนัยก็ คือ ทรัพยากรบุคคลสามารถสร้างคุณค่า (Value) ต่างๆ  ให้กับองค์กรได้เป็นอย่างมาก  ทั้งในสถานการณ์ปกติ และกรณีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ  ที่รวดเร็ว  ดังนั้นการบริหารจัดการเกี่ยวกับ  ทรัพยากรบุคคล  จึงควรมีกระบวนทัศน์ที่แตกต่างไปจากการบริหารจัดการทรัพยากรอื่นๆ ที่ไม่มีชีวิต จิตใจ (เช่น อาคาร สถานที่ เงิน วัสดุอุปกรณ์ และวิชาการต่างๆ)

การบริหารจัดการขององค์กร  เป็นกระบวนการผสมผสานทรัพยากรต่างๆ (คน เงิน วัสดุ)  ที่องค์กรจัดหา  เอาเข้ามาในกระบวนการ ทั้งการสร้างผลงาน     และความสำเร็จให้องค์กรอยู่รอด  และเจริญเติบโตยิ่ง ๆ  ขึ้นไป 

การขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย  จึงต้องใช้ความสามารถของทรัพยากรบุคคล  ทุกระดับ และทุกคน  องค์กรใดที่มีวิธีการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่ดี  มีประสิทธิผลแท้จริงเท่านั้น  จะสามารถบรรลุผลสำเร็จได้จริงตามวิสัยทัศน์  และพันธกิจที่กำหนด 

ในการทำงานขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย หรือวิสัยทัศน์  ทรัพยากรบุคคลจะต้องเป็นผู้ใช้ทรัพยากรอื่นๆ  ที่ไม่มีชีวิต  ให้เป็นไปอย่างประหยัด และมีประสิทธิภาพ  ทรัพยากรอื่นๆ ที่ไม่มีชีวิต  เมื่อถูกนำมาใช้ก็จะมีปริมาณลดน้อยลง  และหมดไปในที่สุด  ส่วนทรัพยากรบุคคล นั้น  กลับตรงกันข้าม  หากมีการบริหารจัดการผลักดันให้ทรัพยากรบุคคลทำงานมากๆ ก็จะเป็นผลดี ทั้งต่องาน และต่อตัวคน    คนจะมีความรู้มีประสบการณ์มากขึ้น   มิได้ทำให้ความรู้ของคนที่มีอยู่ลดน้อย หรือหมดไปเช่นทรัพยากรอื่นๆ  กรณียกเว้นก็อาจเป็นกรณีการลาออกไป  หรือการตายสูญหายลาจากไปจากองค์กร  ที่ทำให้ทรัพยากรบุคคลหมดสิ้นไป  องค์กรจึงจำเป็นต้องเตรียมการ และหาทรัพยากรบุคคลใหม่เข้ามาทดแทนโดยเร็ว

ประเด็นท้าทายของเรื่องนี้ ก็คือ ผู้บริหารจะมียุทธศาสตร์ และวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างไร   ให้สามารถขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย  และอยู่รอดเติบโตต่อไปได้

กระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ดำเนินการมาอย่างยาวนาน  ยังมองการบริหารทรัพยากรบุคคล  เป็นภารกิจรอง หรือภารกิจสนับสนุน  (Auxiliary  หรือ Supportive Functions)  ซึ่งจะครอบคลุมถึง  ภารกิจหลัก  5  เรื่อง  ด้วยกัน  คือ

(1)  การสรรหา และเลือกสรร  คน  

(2)  การบรรจุแต่งตั้ง และเตรียมความพร้อมให้กับ  คน  เพื่อทำงานได้

(3)  การใช้ประโยชน์จาก  คน  ที่หามาให้กับองค์กรอย่างเต็มที่  พร้อมทั้งการให้ค่าตอบแทน และเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง และเพื่อทดแทน  คน  รุ่นก่อน 

(4)  การทำนุบำรุง และรักษาไว้  เป็นการเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถในงานแก่  คน  อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ  เพื่อให้สามารถทำงานให้กับองค์กรที่ปรับเปลี่ยนไปให้ทันกับสถานการณ์  รวมตลอดถึง การดูแลรักษาให้เกิดมีความจงรักภักดีต่อองค์กร  และ 

(5)  การออกจากงานเมื่อถึงวัยเกษียณอายุ    โดยให้มีความรู้สึกผูกพันที่ดีต่อกันแม้จะพ้นไปแล้ว  รวมถึงการให้การชดเชย  บำเหน็จ  บำนาญ  เพื่อการมีชีวิตที่ดีของ  ทรัพยากรบุคคล  ที่มีความจงรักภักดีต่อองค์กร  หลังจากที่เกษียณอายุการงานไปแล้ว

เราจะวัดความมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลขององค์กรได้จากอะไร และอย่างไร       ในเมื่อการบริหารทรัพยากรบุคคลครอบคลุมภารกิจสำคัญขององค์กรเพียงด้านเดียว คือ คนขององค์กรเท่านั้น จริงอยู่คนขององค์กรที่มี และที่จะหามาเพิ่มใหม่ แม้จะมีคุณภาพ มีความรู้ มีความสามารถดี  แต่ยังถูกบริหารจัดการเป็นภารกิจรอง หรือภารกิจสนับสนุนเท่านั้น  โดยมิได้มีส่วนสัมพันธ์ หรือผลักดันต่อการกำหนดเป้าหมาย และทิศทางขององค์กร ทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต  

เราคงต้องไม่ลืมว่าองค์กรที่จัดตั้งขึ้นมา นั้น จะมีปัจจัยแวดล้อมต่างๆ  เป็นตัวกำหนด หรือเงื่อนไขหลักในการกำหนดรูปแบบองค์กร  รูปแบบการบริหารจัดการ  รวมตลอดถึง ภารกิจ หรือเป้าหมายขององค์กร  ที่ต้องมุ่งตอบสนองลูกค้าประชาชน หรือผู้มารับบริการ  นอกจากนี้  องค์กรยังต้องยึดหลักนิติธรรม และมีธรรมาภิบาล เพื่อให้เป็นองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับ  ทั้งจากทรัพยากรบุคคลภายใน และภายนอกองค์กร 

 

 

Functional  Administrative Aspect (ภาระหน้าที่ตามกฎระเบียบที่กำหนด ในการบริหารทรัพยากรบุคคล)

 

กรอบความคิด

 

      1.  หน้าที่หลักของการบริหารงานบุคคลที่ครอบคลุม  การสรรหา  การใช้ประโยชน์ และการ

           บำรุงรักษาทรัพยากรบุคคลให้กับองค์กร

2.  การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามกฎระเบียบที่วางไว้เพื่อสนับสนุนความต้องการ หรือนโยบายการ

     บริหารของผู้บริหารองค์กร

3.  ไม่มีอิสระในการตัดสินใจที่จะกระทบต่อองค์กร 

 

 

หน้าที่ตามกระบวนการ  (เน้นประสิทธิภาพ)

1.  สรรหา และคัดเลือก

2.  บรรจุ  แต่งตั้ง  เตรียมความพร้อม

3.  ใช้ประโยชน์ และพัฒนาต่อเนื่อง

4.  ตอบแทน  จูงใจ จัดสวัสดิการ

5.  ดำเนินการทางวินัย  แก้ไขข้อร้องเรียน  (ร้องทุกข์)  และอุทธรณ์

6.  การจัดเก็บทะเบียนประวัติ

7. เกษียณอายุ และการใช้บำเหน็จบำนาญ

8.  รักษากฎระเบียบ ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องของรัฐ

9.  อื่นๆ  ตามคำสั่งของผู้บริหารองค์กร

  10.  เน้นการกำกับดูแล (Supervision) 

  

 เรียบเรียงโดย  อาจารย์ ทรงปภร พรหมจักร์